รวมสูตรทำอาหาร รวมสูตรทำขนม วิธีทำน้ำต่างๆ เกร็ดความรู้อาหาร เกร็ดความรู้ขนม รวมเกมเกี่ยวกับทำอาหาร แนะนำร้านอาหาร คอมมูนิตี้ของเหล่าคนทำอาหารคุ้กกี้ข้าวโอ๊ต          แกงจืดปลาหมึกยัดไส้          ก๋วยเตี๋ยวม้วนกุ้งแห้งและกุนเชียง          ฟักทองมีประโยชน์          ปลาช่อนผัดกระเทียม          ขนมครก          หอยเชลล์อบเนย          ผัดเปรี้ยวหวานกุ้ง          ข้าวผัดปลาเค็ม          แซนด์วิชปลาแซลมอนรมควัน          ขนมหม้อแกงเผือก          น้ำพริกหนำเลี๊ยบ          อาหารไม่ย่อย ควรทำอย่างไร?          ทำไมต้อง โฮลวีต?          ยำไข่เจียวน้ำพริกเผา          ซุปหน่อไม้ฝรั่ง          กระเพาะปลาน้ำแดง
30/6/56
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ขนมไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดี

ขนมครก

Credit By : Hilunch

ขนมครก

~ ขนมครก ~


ขนมครก ขนมไทยอีกประเภทที่หาทานได้ตามตลาดในตอนเช้าๆ รสชาติหวานมันเค็มของกะทิ ทำให้หลายคนต้องแวะเวียนไปซื้อมารับประทาน หากใครอยากลองทำขนมครกวันนี้ก็ไม่ผิดหวัง รับรองว่าอร่อยไม่แพ้เจ้าดังๆ แน่นอน


ส่วนผสมตัวแป้ง
แป้งข้าวจ้าวสดกับน้ำ 1/2 กิโลกรัม
ข้าวสุก 1/2 ถ้วย
มะพร้าวขูดขาว 1/2 ถ้วย
แป้งข้าวเหนียวสด 1/4 ถ้วย
น้ำเปล่า 2 1/2 ถ้วย
น้ำตาล 1/4 ถ้วย
น้ำปูนใส 2 ช้อนโต๊ะ


ส่วนผสมหน้ากะทิ
มะพร้าว 1 กิโลกรัม
เกลือป่น 1 + 1/2 ช้อนชา


วิธีทำตัวแป้ง
เอาแป้งข้าวเจ้าทับน้ำแล้วผสมกับส่วนผสมทั้งหมดโม่ให้เข้ากัน


วิธีทำหน้ากะทิ
นำมะพร้าว 1 กิโลกรัม คั้นออกมาให้ได้กะทิ 3 ถ้วย ใส่เกลือป่น คนให้ละลายเพื่อหยอดหน้าขนมครก


เราสามารถโรยหน้าต่างๆ ลงบนแป้งขนมครกได้เช่น ฟักทอง เผือก ต้นหอม โดยขั้นตอนการหยอดขนมครกนั้นให้เริ่มจากการหยอดตัวแป้งลงไปก่อน ตามด้วยหน้าที่เราต้องการ และปิดท้ายด้วยกะทิ พอแป้งสุก และร่อนก็หาช้อนมาแคะใส่ถาดอาหาร เสริฟร้อนๆ อร่อยเหาะไปเลย


อาหาร

วันอังคาร

ขนมหม้อแกงเผือก

Credit By : Hilunch

ขนมหม้อแกงเผือก

~ ขนมหม้อแกงเผือก ~


ส่วนผสม
น้ำตาลปึก 1 ถ้วยตวง
กะทิ 1 ถ้วยตวง
ไข่ 1 ถ้วยตวง
เผือกนึ่งยีละเอียด 1 ถ้วยตวง
น้ำมัน 1/4 ถ้วยตวง
หัวหอมซอย 1/3 ถ้วยตวง


วิธีทำ
1. นำน้ำตาล มาผสมลงในน้ำกะทิ คนให้น้ำตาลละลาย แล้วกรองด้วยผ้าขาวบาง
2. ตีไข่ ใส่ลงในเผือก คนให้เข้ากัน แล้วนำกะทิที่ผสมไว้เทลง แล้วคนเข้าให้เขากันอีกรอบ
3. ตั้งกระทะ เจียวหอมให้พอเหลือง
4. ตักขนมที่ผสมไว้ใส่ถาด เพื่อนำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิ 350 F จนสังเกตุผิวของขนมเป็นสีเหลืองทอง ซึ่งปรกติจะใช้เวลาประมาณ 30 นาที
5. นำออกจากเตา โรยหน้าด้วยหอมเจียวก็จะได้ขนมหม้อแกงเผือกออกมาเป็นอันเสร็จ


อาหาร

วันอาทิตย์

ขนมประเภทขนมไทย,ขนมหวาน (หน้า 1)

ขนมไทย~!- สามารถดูรูปตัวอย่างอาหารได้โดยเอาเม้าส์ไปชี้ที่รูปใต้ชื่ออาหารได้เลยครับ -!~

หน้า : สารบัญ | [ 1 ]


กล้วยแขกทอด
. . กล้วยแขกทอด
กล้วยไข่เชื่อม
. . กล้วยไข่เชื่อม
ขนมขี้หนู
. . ขนมขี้หนู
ทองหยอด
. . ทองหยอด
ทองหยิบ
. . ทองหยิบ
ขนมหม้อแกงเผือก
. . ขนมหม้อแกงเผือก
ขนมครก
. . ขนมครก



หน้า : สารบัญ | [ 1 ]


By : ~*N@DT'41*~

วันศุกร์

ทองหยอด

Credit By : ~*N@DT'41*~

~ ทองหยอด ~


ส่วนผสม
ไข่เป็ด 20 ฟอง
น้ำตาลทราย 5 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย
แป้งทองหยอด(คือแป้งข้าวเจ้า)ประมาณ 1 ถ้วย


วิธีทำ
1. ผสมน้ำตาลกับน้ำตามส่วน ตั้งไฟพอละลาย กรองแล้วนำไปตั้งไฟอีกจนเดือด แบ่งน้ำเชื่อมออกมา 1 ถ้วย สำหรับแช่ทองหยอด น้ำเชื่อมที่เหลือตั้งไฟต่อจนเริ่มข้นยกลง สำหรับหยอดทองหยอด
2. ต่อยไข่ แยกใช้แต่ไข่แดงรีดเยื่อออกตีให้ขึ้นฟูมากๆ ตวงไข่แดง 1 ถ้วย ใส่ถ้วยผสมแป้ง 1/3 ถ้วย คนให้เข้ากันเร็วๆ
3. ยกหม้อน้ำเชื่อมตั้งไฟแรงให้น้ำตาลเดือดพล่าน ใช้นิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้และนิ้วกลางหยิบ แล้วกวาดแป้งที่ปากถ้วย สะบัดลงในกระทะทันที ทำเช่นนี้จนเต็มกระทะ พอสุกใช้ทัพพีโปร่งตักขึ้นแช่ในน้ำเชื่อมที่แบ่งไว้ เพียงเท่านี้เราก็จะได้ขนมทองหยอดออกมาแล้ว


การหยอด
แล้วแต่ความถนัด แต่ที่ง่ายที่สุดสำหรับคนหยอดไม่เป็นคือ เอียงถ้วยใช้นิ้วชี้ยกขึ้นตั้งฉาก ใช้มือซ้ายถือถ้วย เมื่อเอียงถ้วยไข่จะค่อยๆ ไหลลงมาใช้นิ้วชี้ปาดไข่จากด้านนอกเข้าหาตัว ใช้นิ้วหัวแม่มือรูดไข่ลง ขณะเดียวกันนิ้วชี้รูดจากล่างขึ้นบนสวนกับนิ้วหัวแม่มือ แล้วใช้นิ้วชี้ที่รูดขึ้นมาเด็ดไข่ลงให้เป็นหยดน้ำ โดยทำอย่างเร็วหยอดไป หลายๆ ลูกทิ้งไว้ให้เดือดพล่านใช้น้ำเชื่อมใสใส่ลงไป 1/4 ถ้วย จะเห็นว่าน้ำเชื่อมที่เดือดเป็นฟองยุบเห็นทองหยอด ทิ้งให้เดือดเป็นฟองอยู่ประมาณ 2 นาที ใส่น้ำเชื่อมใสอีก และทิ้งให้เดือดอีก ทำเช่นนี้ 3 ครั้ง จะเห็นว่าทองหยอดเมื่อสุกจะใส ตักขึ้นใส่ในน้ำเชื่อมใส


ลักษณะที่ดี
1. ทองหยอดได้รูปสวย คือกลม ถ้าเป็นหยดน้ำจะมีติ่งยื่นมา
2. สีสวย
3. ไม่เป็นไต
4. หวานฉ่ำ
5. เป็นมันไม่มีกลิ่นคาว


เคล็ดที่ไม่ลับ
1. ก่อนที่จะหยอดให้สังเกตน้ำเชื่อมจะเป็นฟองละเอียดแสดงว่าน้ำเชื่อมได้ที่ เมื่อหยอดแล้วไข่จะแบน ในขณะที่จะหยอดน้ำเชื่อมต้องเป็นฟองเดือดพล่าน
2. ในการผสมแป้งจะใส่มากน้อยขึ้นอยู่กับการตีไข่ขึ้นน้อยต้องใส่แป้งน้อย ถ้าใส่มากไปจะทำให้แป้งข้นมากหยอดไม่ได้ ถ้าตีไข่ขึ้นฟูมากจะต้องเพิ่มแป้ง การใส่แป้งมากน้อยแค่ไหน ให้สังเกตลักษณะไข่ใส่แล้วคน แป้งมีความข้นนิดๆ ไม่ไหลเป็นทางเร็วไปก็ใช้ได้ การที่ใส่แป้งข้นเหมาะสำหรับคนที่ทำไม่เป็น เริ่มหัดหยอดจะหยอดได้ง่ายขึ้น เมื่อชำนาญแล้วอาจจะลดส่วนแป้งลงจะทำให้สุกเร็วขึ้น
3. ต้องให้สุกโดยตั้งในน้ำเชื่อมนานหน่อย ถ้าขึ้นเร็วเกินไปจะทำให้ทองหยอดเป็นไต
4. ผู้ที่ไม่เคยทำ ลองหยอดในถ้วยเสียก่อนค่อยลงในน้ำเชื่อม คือปาดแป้งจากปากถ้วยหยอดลงในถ้วยเดิม สังเกตดูว่าเป็นรูปร่างดีหรือยัง ถ้าเป็นรูปร่างดีค่อยหยอดใส่ลงในน้ำเชื่อม
5. ถ้าจะใช้แป้งข้าวเจ้า จะให้ดีควรอบแป้งด้วยเทียนอบ ให้หอมก่อน หรือจะใช้แป้งทองหยอดก็ได้ แป้งทองหยอดคือแป้งข้าวเจ้าที่ผ่านการอบแล้ว


อาหาร

ขนมขี้หนู

Credit By : ~*N@DT'41*~

ขนมขี้หนู

~ ขนมขี้หนู ~


ส่วนผสม
แป้งข้าวเจ้าอย่างดี 4 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 6+1/2 ถ้วย(6 ถ้วยครึ่ง)
น้ำตาลทรายขาว 5 ถ้วย
มะพร้าวทึนทึก 1 ซีก
เกลือป่น
(สีผสมอาหารหรือใช้น้ำตาลมะพร้าวแทนน้ำตาลทรายขาวเป็นสีน้ำตาลอ่อนๆ หรือใช้ใบเตยแทนสีเขียวอ่อนก็ได้ แต่สำหรับขี้หนู นิยมสีชมพู สีเขียวอ่อนๆ และสีน้ำตาลมะพร้าว หรือสีขาวล้วนของน้ำตาลทรายขาว)


วิธีทำ
1. ผสมน้ำตาลทรายกับน้ำลอยดอกมะลิอย่างละ 5 ถ้วย ตั้งไปพอเดือดยกลงกรองทิ้งไว้ให้เย็น
2. ใส่น้ำลอยดอกมะลิ 1 + 1/2 ถ้วย (1 ถ้วยครึ่ง) ใส่แป้งทีละน้อย แล้วนวดแป้งจนแป้งอิ่มน้ำดีแล้ว (ถ้าเป็นแป้งใหม่น้ำอาจจะไม่ใช้ถึง 1 + 1/2 อาจเป็น 1 + 1/4 ถ้วยก็ได้) เสร็จแล้วจึงนำไปร่อนด้วยที่ร่อนแป้งชนิดละเอียดแบบทองเหลือง โดยกดให้แป้งผ่านที่ร่อนลงในลังถึงซึ่งรองด้วยผ้าขาวบางไว้แล้ว นำไปนึ่งในน้ำเดือดพล่านไฟแรง (น้ำค่อนลังถึง) ประมาณ 45 นาที หรือจนแป้งสุกคอยดูน้ำอย่าให้แห้ง
3. ตักแป้งขณะร้อนๆครั้งละ 1 ทัพพีใหญ่ จุ่มในน้ำเชื่อมที่ผสมสีตามต้องการ พอแป้งดูดน้ำเชื่อมจนอิ่มตัวดี นำไปวางลงบนถาด ทำเช่นนี้จนหมดแป้ง
4. ทิ้งแป้งไว้สัก 10 นาที หรือจนแป้งดูดน้ำเชื่อมแห้งหมด ใช้ส้อมขยี้แป้งแต่เบาๆมือ จนแป้งกระจายเนื้อละเอียดฟูจึงอบด้วยมะลิ กระดังงาไทยลนไฟ เทียนอบไว้ 1 คืน รับประทานกับมะพร้าวทึนทึกขูดใส่เกลือพอเค็มอ่อนๆ


ลักษณะที่ดี
1. รสหวาน หอมน้ำตาลมะพร้าว
2. เนื้อขนมนุ่มเป็นปุย สีน้ำตาล


เคล็ดที่ไม่ลับ
1. การผสมแป้งกับน้ำลอยดอกมะลิ อย่านวดแบบขนมปัง ให้ใช้มือยีแบนๆ เพราะถ้านวดแล้วแป้งจะเกาะกันเป็นก้อน
2. ถ้าใส่น้ำเร็วไปจะทำให้แป้งแฉะ
3. ลักษณะของแป้งที่จะยีในตะแกรงจะต้องไม่เป็นก้อน มีแต่ความชื้นจะทำให้ยีได้ง่าย
4. การยีจะต้องเลื่อนตะแกรงไปรอบๆ อย่าให้แป้งทับกันหนา การที่วางแก้วตรงกลางเพื่อจะให้ไอน้ำขึ้นถึง ก่อนนึ่งเอาแก้วออกจะเว้นที่ตรงกลางไว้
5. ถ้าจะใช้น้ำตาลทรายทำน้ำเชื่อมควรใช้น้ำตาล 1 + 1/2 ถ้วย (1 ถ้วยครึ่ง) แล้วใส่สีตามชอบ
6. เมื่อแป้งสุกต้องรีบเทลงในน้ำเชื่อมโดยเร็ว ถ้าช้าจะทำให้ไอน้ำร้อนหมด ขนมไม่ฟู
7. การที่เคี่ยวน้ำเชื่อมแล้วให้ตวงเพื่อที่จะได้น้ำเชื่อมเท่าอัตราส่วนที่กำหนด เพราะถ้าไม่ตวงบางคนเคี่ยวใสไปทำให้ปริมาณน้ำเชื่อมมากจะทำให้ขนมแฉะ ถ้าข้นไปขนมดูดน้ำเชื่อมไม่ทั่วถึง
8. ถ้าทำออกมาไม่ฟูแสดงว่า
นึ่งแป้งไม่สุก
แป้งใหม่ ถ้าไม่แน่ใจว่าแป้งใหม่หรือเก่าให้ตากแดด 2 - 3 แดด แต่ถ้าซื้อแป้งระยะเดือน ต.ค. - พ.ย. จะได้แป้งเก่า
น้ำเชื่อมมากไป


อาหาร

ทองหยิบ

Credit By : ~*N@DT'41*~

ทองหยิบ

~ ทองหยิบ ~


ความเป็นมาของขนม
ขนมไทยมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างช้านาน ในสมัยก่อนขนมไทยจะทำเฉพาะเวลามีงานเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในงานเทศกาล งานประเพณี งานประเพณี งานทางศาสนา หรือการประกอบพิธีกรรมต่างๆ แต่ที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวันหลังสำรับคาวหวาน หรือกินเป็นของว่าง ก็ล้วนแต่คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแล้วทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากต่างชาติที่เข้ามาโดยผ่านความสัมพันธ์ทางการเมืองก็ถูกดัดแปลง ให้มีรูปรสลักษณะเป็นแบบไทยๆ จนบางที่คนนึกกันไปว่าเป็นขนมไทยแท้ดั้งเดิมก็มี โดยเฉพาะขนมที่ทำจากไข่แดง เช่น ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง

โดยท้าวทอง กีบม้า ซึ่งเป็นฉายานามของท่านผู้หญิงวิชาเยนทร์ซึ่งเป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสม โปรตุเกส และเป็นภรรยาของออกญาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนตินฟอลคอน) ท้าวทองกีบม้ารับราชการในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราชแห่งกรุง ศรีอยุธยา ตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่อง มีความเชี่ยวชาญในการปรุงอาหารนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเธอได้นำความรู้ในเรื่องการทำขนมของฝรั่งชาติโปรตุเกสมา ปรุง โดยใช้ไข่มาผสม ดังนั้นจึงเกิดเป็นขนมหวานขนมประเภท "ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง และขนมหม้อแกง"


เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยเกี่ยวกับขนมทองหยิบ
คำว่า “มงคล” แปลตามพจนานุกรม คือเหตุที่นำมาซึ่งความเจริญ ขนมมงคล ในที่นี้หมายถึง ขนมที่ นิยมทำขึ้นประกอบในงานมงคลทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานบวช งานประเพณีต่างๆ ของไทยเรา การเลือกชนิดขนมมาใช้ในงานมงคล โดยมากจะเลือกจากชื่อขนมที่คำความหมายดีๆ ประกอบอยู่เช่น ขนมถ้วยฟู คำว่าฟู ทำให้นึกไปถึงความรุ่งเรืองเฟื่องฟู นอกจากนี้ก็ยังนิยมเลือกชนิดขนมที่ชื่อมีคำว่า ทอง อยู่ด้วย เพราะเชื่อว่าทองเป็นของดี ของมีค่า เมื่อทำขึ้นประกอบในงานมงคล ก็ให้นึกไปถึงความร่ำรวยมั่งคั่งด้วยเงินทอง หากมอบเป็นของขวัญในวันสำคัญให้กับบุคคลที่รัก เคารพ หรือญาติสนิทมิตรสหาย ก็เปรียบเสมือนให้ของดีของมีค่าดังให้ทองคำแก่กัน


ส่วนผสม
ไข่เป็ด 20 ฟอง
น้ำตาลทราย 5 ถ้วย
น้ำลอยดอกมะลิ 5 ถ้วย


วิธีทำ
1. ผสมน้ำตาลกับน้ำดอกมะลิสด ตั้งไปเคี่ยวเป็นน้ำเชื่อมข้นๆ
2. ต่อยไข่แยกไข่ขาว ไข่แดงรีดเอาเยื่อออก ตีไข่แดงให้ขึ้นฟูเล็กน้อย พักไว้
3. ยกน้ำเชื่อมลงจากเตา ตักไข่หยอดเป็นแผ่นขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว จนเต็มกระทะ ยกขึ้นตั้งไฟ พอสุกตักขนมวางบนจานหรือถาด พอขนมอุ่นใช้มือจับจีบ 3 - 8 จีบ ตามถนัด หยิบใส่ถ้วยตะไล เมื่อเวลาเย็นสนิทดีจึงแคะถ้วย


ถ้วยตะไล
ถ้วยตะไล



อาหาร

วันจันทร์

ขนมประเภทขนมไทย,ขนมหวาน

ขนมไทย~!- สารบัญขนมประเภทขนมไทย,ขนมหวาน -!~

หน้า : [ สารบัญ ] | 1


หมายเหตุ!!
- ท่านสามารถไปยังเมนูขนมหน้าต่างๆโดยการ Click ที่หัวข้อของแต่ละหน้า หรือ Click ที่ Linkเลขหน้า ตรงมุมขวาด้านบนใต้รูปประจำหมวดขนม หรือข้างซ้ายด้านล่าง
- ใน 1 หน้า จะมี 21 เมนูขนม แต่ละเมนูขนมจะมีภาพตัวอย่างของขนมที่ทำเสร็จแล้วประกอบอยู่ด้วย
- เมนูขนมไหนที่มีเครื่องหมาย # อยู่ด้านหลัง แสดงว่าเมนูขนมนั้นมีรูปประกอบวิธีทำขนมเป็นขั้นตอนๆด้วยครับ



ขนมประเภทขนมไทย,ขนมหวาน (หน้า 1) . . [ Click!! ]

กล้วยแขกทอด

กล้วยไข่เชื่อมขนมขี้หนู
ทองหยอด

ทองหยิบขนมหม้อแกงเผือก
ขนมครก



หน้า : [ สารบัญ ] | 1


By : ~*N@DT'41*~
อาหาร
อาหาร , อาหาร , อาหาร , อาหาร , อาหาร , อาหาร , อาหาร

send email
SiteMap

~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~ * ~
http://happyfoodathome.blogspot.com/
~*N@DT'41*~ © 3 Mar 2009
happyfoodathome@gmail.com